วันพุธ, 17 กรกฎาคม 2567

Extraordinary Attorney Woo ทนายอัจฉริยะออทิสติก รีวิวซีรีย์ Netflix

Extraordinary Attorney Woo ทนายอัจฉริยะออทิสติก รีวิวซีรีย์ Netflix

ไม่รู้ว่าช่วงนี้เพื่อนๆได้ยินซีรีย์เรื่องนี้บ้างหรือเปล่าครับกับหนึ่งซีรีย์ที่มีชื่อยาวมากๆอย่าง Extraordinary Attorney Woo หรือ อูยองอู ทนายอัจฉริยะ เรื่องราวของทนายออทิสติกคนแรกของเกาหลีครับเนี่ยก็ดึงดูดความสนใจของผมแบบสุดแล้วแหละหน้าฟีด Social Network ของผมแล้วก็มีแต่คนพูดถึงเรื่องนี้ว่ามันดีมากๆสุดท้ายก็เลยตัดสินใจดูกับเขาบ้างครับ ซึ่งตอนนี้ก็ดำเนินมาถึงตอนที่ 10 แล้วด้วยจะจบลงในตอนที่ 16 ครับแต่บอกไว้ก่อนว่าไม่ได้จะมารีวิวอะไรให้ทุกคนฟังนะครับแต่ว่าจะมาอวยซีรีย์เรื่องนี้ครับ 

หลังจากดู Extraordinary Attorney Woo ไป 10 ตอน 

ผมก็ลงรักซีรีย์เรื่องนี้แบบสุดๆครับ ใครที่ยังไม่แน่ใจว่าเรื่องนี้มันแนวอะไรกันแน่มันเป็น แนวรอมคอม หรือ โรแมนติกคอมเมดี้ ที่มีแกนหลักเป็นการสืบสวนคดีต่างๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละตอนครับต้องทำความเข้าใจก่อนนะครับว่าถ้าในเกาหลีเนี่ยจะคล้ายกับที่อเมริกา ก็คือไม่ได้รับคดีความอะไรมาดูแลก็จะต้องเป็น คนสืบสวนหาหลักฐานต่างๆด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะใช้เพื่อแก้ต่างให้กับลูกความของตัวเองหรือว่าจะโจมตีฝั่งตรงข้าม รวมถึงต้องมีการโน้มน้าวลูกขุนด้วย แบบนี้แล้วเนี่ยทุกคนพอจะนึกภาพบุคลิกของทนายที่ควรจะเป็นได้ใช่มั้ยครับ

หลังจากดู Extraordinary Attorney Woo ไป 10 ตอน 

ทนายโดยส่วนใหญ่แล้วควรจะเป็นคนที่พูดเก่ง

เข้าสังคมได้อย่างลื่นไหลมีลูกล่อลูกชนที่ดี มีชั้นเชิง แต่สิ่งที่พูดมาทั้งหมดนี้ครับมันคือ ตรงข้ามของคนที่มี อาการเป็น ออทิสติก คนที่มีการเหล่านี้นั้นส่วนใหญ่มักจะมีปัญหาในการเข้าสังคม ไม่สามารถจ้องตาคู่สนทนาได้ ยิ่งการพูดต่อหน้าคนเยอะๆยิ่งยากขึ้นไปอีก แล้วก็ความซีเรียสของเรื่องนี้นั้นก็จะ ทำให้เราเข้าใจเรื่องราวเหล่านี้อาการเหล่านี้ได้อย่างไม่อยากเครียดครับ ทำให้เรานั้นเข้าใจถึงความลำบากของคนที่เป็นออทิสติกแม้จะเป็นอัจฉริยะที่สามารถจำหนังสือทุกเล่มที่ตัวเองอ่านได้ก็ตาม 

ทนายโดยส่วนใหญ่แล้วควรจะเป็นคนที่พูดเก่ง

ความเป็นออทิสติกในสายตาคนอื่นนั้นก็ไม่ได้เปลี่ยนไป Extraordinary Attorney

นี่คือเรื่องราวที่ในระหว่างเรานั่งดูเราก็จะเอาใจช่วยให้เธอนั้นทำสำเร็จในสิ่งที่เธอต้องการ ก็เท่ากับว่าใครฟังมาถึงตรงนี้แล้วรู้สึกว่ามันจะเครียดหรือเปล่าไม่ต้องกลัวอะไร ซีรีย์เรื่องนี้นั้นอย่างที่บอกว่ามันมีความเป็น Comedy ผสมอยู่เยอะมาก แล้วก็ใส่ไม่ได้อย่างชาญฉลาด ไม่มีมุกไหนเลยที่ดูแล้วรู้สึกว่ามันไม่เข้ากับเนื้อเรื่อง ทุกอย่างนั้นมีการปูมาก่อนหน้าพูดมาก่อนหน้า และเป็นมุกสำหรับคนที่ดูซีรีย์เรื่องนี้เท่านั้น 
สำหรับใครกำลังเหนื่อยจากเรื่องราวต่างๆรอบตัวไม่ว่าจะเป็น เรื่องงาน เรื่องความรัก เรื่องความสัมพันธ์หรือเรื่องอะไรก็ตาม แล้วอยากจะ เยี่ยวยาจิตใจตัวเอง ก็เป็นอีกหนึ่งซีรีย์ที่จะทำแบบนั้นให้กับคุณได้อย่างแน่นอน

ความเป็นออทิสติกในสายตาคนอื่นนั้นก็ไม่ได้เปลี่ยนไป Extraordinary Attorney

นอกจากเรื่องราวของคดีในแต่ละตอนที่เธอต้องแก้ไขนั้น

ก็ยังมีเรื่องราวของความรักเราจะได้ดูว่าผู้หญิงที่สุดแสนพิเศษ เธอจะมีความรักในรูปแบบไหน ความรักสำหรับคนที่เป็นออทิสติกนั้นมันเป็นไปได้หรือไม่ ก็เป็นส่วนหนึ่งที่เราจะได้เอาใจช่วยเธอคนนี้ ก็อยากจะพูดถึงนิดนึงเรื่องก็คือ คดีความที่เกิดขึ้นในแต่ละตอน ต้องบอกว่าออกแบบคดีมาได้อย่างดีมากๆ ทุกคดีนั้นมีความสนุกและก็ลึกซึ้งในตัวของมันเองแล้วก็ยังเกี่ยวโยงกับ พอตหลักของเรื่องด้วย ต้องชื่นชมคนที่เขียนบทจริงๆครับนอกจากตัวละครหลักอย่าง อูยองอู ที่ทำให้เราเนี่ยตกหลุมรักได้อย่างง่ายๆ รีบดูได้ที่ NETFLIX

ตัวละครอื่นรอบตัวเธอก็ไม่ธรรมดาเช่นเดียวกัน 

สร้างสีสันให้กับซีรีนี้ตลอดทั้งเครื่องครับตั้งแต่ตอนแรกยันตอนที่ 10 ที่ผมได้ดูมาเนี่ยไม่มีตอนไหนหรือว่าช่วงไหนเลยจะรู้สึกว่าเรื่องมันไม่สนุกตลอดเวลาที่นั่งดูนั้น มันเต็มไปด้วยรอยยิ้มตลอดเวลาบางครั้งก็มีน้ำตามาปะปนบ้างเป็นเรื่องราวที่ดีจริงๆนั่นแหละครับ สำหรับใครที่กำลังจะเริ่มดูตอนนี้ผมแนะนำให้ดูเลยนะครับรีบดูให้ทันตอนปัจจุบันไม่ต้องรอให้จบก่อนแล้วค่อยดูครับ

ตัวละครอื่นรอบตัวเธอก็ไม่ธรรมดาเช่นเดียวกัน 

สำหรับผมเนี่ยมีคำสอนหนึ่งที่ผมได้มาจาก อิคคิวซัง 

จะแปลกๆแต่ว่าไอ้คิวสั่งเลยก็เป็นอีกหนึ่งการ์ตูนที่มีข้อคิดที่ดีครับในตอนนั้นเนี่ยโชกุนในเรื่องนั้นเกิดความเบื่ออาหารขึ้นมาไม่ว่าจะหาอาหารแบบไหนเขาก็ไม่อยากกิน เมื่อ อิคคิวซัง รู้เข้าก็เลยไปหาโชกุนแล้วบอกว่ามีสมุนไพรตัวนึงที่จะทำให้หายจากอาการนี้ได้ เพียงแต่ว่าท่านโชกุนนั้นต้องเป็นคนเดินขึ้นเขาไปเก็บมันมาด้วยตัวเอง เขาได้ฟังแบบนี้โชกุนก็ลองทำตาม ต้องเดินทางไปพร้อมกับ อิคคิวซัง ตั้งแต่เช้าตรู่แต่เมื่อไปถึงยอดเขา แล้วกลับพบว่ามันไม่มีสมุนไพรแบบนั้นอยู่ สุดท้ายก็เดินทางกลับมามือเปล่าแต่กว่าจะถึงประสาทเนี่ยมันก็เกือบจะมืดแล้ว ด้วยความเหนื่อยและหิวอาหารโชกุนที่เคยเบื่อก็อร่อยกว่าเดิมหลายเท่า สรุปแล้วคำสอนที่ผมได้จากเรื่องนี้เนี่ยก็คือความหิวคือเครื่องปรุงที่อร่อยที่สุดครับ 

รีวิวหนัง หนังใหม่ ภาพยนตร์ ซีรีย์เกาหลี ได้ทาง moviestu ได้เลย