วันอังคาร, 16 กรกฎาคม 2567

Shazam Fury of the Gods ชาแซม! จุดเดือดเทพเจ้า

Shazam Fury of the Gods ชาแซม! จุดเดือดเทพเจ้า

Shazam Fury of the Gods เฮสเปร่า, คาลิปโซ่ และแอนเธีย ลูกสาวทั้ง 3 คนของเทพแอตลาส ได้กลับมาทวงแค้นของพวกเธอยังโลกมนุษย์ด้วยกองทัพของมังกรและสัตว์ประหลาดอันดุร้าย ในขณะที่บิลลี่ แบทสันซึ่งกำลังทำความเข้าใจถึงภาระหน้าที่ของการเป็นซูเปอร์ฮีโร่ ต้องร่วมมือกับครอบครัวของพวกเขาออกปกป้องโลกอีกครั้งในนาม ชาแซม

Shazam Fury of the Gods กระแสชื่นชมอย่างล้นหลามของภาพยนตร์ภาคแรก

ผมกลับอยู่ฝั่งตรงกันข้ามนะครับ ทุกคำชมที่ Shazam 1 ชาแซม! จุดเดือดเทพเจ้า ภาคแรกได้รับ มันกลับไม่ใช่สิ่งที่ถูกจริตกับผมสักเท่าไรนัก โดยเฉพาะกับการยิงมุกตลกเรี่ยราดในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานของภาพยนตร์ครับ แต่จะว่าไปแล้วความรู้สึกเหล่านั้นมันกลับส่งผลดีกับผมในการชมภาพยนตร์ภาคนี้ครับ เพราะมันทำให้ผมไม่คาดหวังอะไรจากมันเลย และยังพอรู้ทิศทางของมันว่าทุกอย่างจะถูกสื่อสารออกมาด้วย Mood & Tone แบบไหน นั่นจึงทำให้ผมสนุกกับ Shazam มากกว่าที่คิดเอาไว้ครับ สปอย ชาแซม

จุดที่ผมชอบมากที่สุดของภาพยนตร์ภาคนี้ก็คือ พัฒนาการของตัวละครที่ถูกต่อยอดมาจากภาพยนตร์ภาคที่แล้วครับ โดย shazam ภาค 2 end credit เต็มเรื่อง โฟกัสไปยังช่วงเวลาแห่งความก้ำกึ่งระหว่างเด็กวัยรุ่นกับผู้บรรลุนิติภาวะ โดยตัวละครอย่างบิลลี่ แบทสันในวัย 17 ย่าง 18 ปีนั้นถูกผลักให้กลายเป็นผู้นำของ Shazamily หรือครอบครัวซูเปอร์ฮีโร่ของเขา

Shazam Fury of the Gods กระแสชื่นชมอย่างล้นหลามของภาพยนตร์ภาคแรก

ซึ่งตัวเขาเองก็ยังไม่สามารถนิยามความหมายของคำว่าผู้นำได้เสียด้วยซ้ำ นอกจากนี้การตั้งตนเป็นผู้นำของบิลลี่ยังเป็นสิ่งที่ไม่มีใครในบ้านร้องขอ เช่นเดียวกันกับการยกครอบครัวออกปกป้องเมืองให้ปลอดภัย แต่ก็กลับสร้างความเสียหายให้แก่เมืองที่พวกเขาอยากจะปกป้อง จนประชาชนรวมถึงสื่อก็รุมกันประนามการกระทำของพวกเขา

ไม่เพียงแต่ตัวละครหลัก Shazam! อย่างบิลลี่เท่านั้น

แต่ตัวละครคู่ซี้อย่างเฟรดดี้ รวมถึงตัวละครสมทบอย่างแมรี่เองก็เติบโตเป็นวัยรุ่นพร้อมกันกับบิลลี่เช่นกัน นั่นจึงทำให้พวกเขามีแนวความคิดเป็นของตัวเอง โดยเฉพาะในแง่ของการใช้ชีวิตและการวางแผนอนาคตในฐานะมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง ที่ยังคงต้องการมีชีวิตส่วนตัวเมื่อไม่ได้เป็นซูเปอร์ฮีโร่ครับ ซึ่งแนวทางของพวกเขาแตกต่างจากบิลลี่อย่างสิ้นเชิง

ไม่เพียงแต่ตัวละครหลัก Shazam! อย่างบิลลี่เท่านั้น

แม้ว่าองค์ประกอบและความขัดแย้งที่ภาพยนตร์สร้างขึ้นนั้นจะเบาบางและไม่ได้ถูกนำมาใช้ประโยชน์สักเท่าไรนัก แต่มันกลับมีส่วนสำคัญในการนิยามคำว่าครอบครัว ซึ่งเป็นการต่อยอดวัตถุดิบหลักจากภาพยนตร์ภาคแรกได้อย่างน่าชื่นชม โดยเฉพาะกับพาร์ทดราม่าที่มีเวลาบนจออันน้อยนิด แต่กลับสามารถมอบความอบอุ่นหัวใจให้กับผู้ชมได้ด้วยบทสนทนาเพียงไม่กี่ประโยคเท่านั้นครับ

นอกจากพัฒนาการของตัวละครแล้ว Shazam 2

Shazam ภาค 2 ยังเป็นภาพยนตร์ที่มีสเกลใหญ่ขึ้นจากภาคแรกอย่างชัดเจนครับ โดยเฉพาะในแง่ของฉากแอ็คชั่น ซึ่งเหล่าตัวละครต้องเผชิญหน้ากับ 3 เทพเจ้าที่มีพลังพิเศษแตกต่างกัน ทั้งการเคลื่อนย้ายวัตถุ, การควบคุมจิตใจมนุษย์ และการเคลื่อนย้ายแกนโลก นำมาซึ่งการออกแบบฉากแอ็คชั่นที่อัดแน่นไปด้วยงาน CG สุดอลังการ รวมถึงการปรากฏตัวของเหล่าสัตว์ประหลาดหลากหลายชนิด Shazam 2 สปอย

นอกจากพัฒนาการของตัวละครแล้ว Shazam 2

รวมถึงมังกรตัวเป้งที่ไม่ได้มาเป็นแค่ตัวประกอบ แต่เป็นถึงอีกหนึ่งศัตรูหลักที่ครอบครัวชาแซมต้องต่อสู้ด้วยครับ นั่นจึงทำให้ในครึ่งหลังของภาพยนตร์นั้นเดินหน้าด้วยฉากแอ็คชั่นล้วนๆ แม้จะมีช่วงที่มัวยิงมุกตลกขัดขาตัวเองอยู่บ้าง แต่โดยภาพรวมก็นับว่าสนุกเพลิดเพลินทีเดียวครับ

shazam ภาค 2 end credit คอนเฟิร์มให้เลยว่า Shazam! Fury of the Gods ประกอบไปด้วย 2 ฉากพิเศษที่ใส่เอาไว้เป็นโบนัสท้ายเรื่อง