วันอาทิตย์, 25 กุมภาพันธ์ 2567

ฉากจบในความทรงจำของ The Terminator

01 ก.ย. 2022
293
ฉากจบในความทรงจำของ The Terminator

The Terminator 2: Judgment Day (1991) คือความอมตะ

ต้องยอมรับว่าส่วนตัวได้ปันใจรักหนังคนเหล็กภาคแรก The Terminator ไม่น้อยไปกว่ากัน โดยเป็นไปด้วยปัจจัยที่แตกต่าง เช่นว่าตัวผู้กำกับ เจมส์ คาเมรอน เวลานั้นยังโนเนมมาก แถมมีทุนสร้างและทรัพยากรจำกัดจำเขี่ย หลายครั้งตะล่อมถ่ายกันเหมือนกองโจร แต่แล้วก็ได้มาซึ่งผลงานมาสเตอร์พีซในแบบของตัวเอง ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมา สิ่งที่ทำให้นึกถึง Terminator (1984) บ่อยที่สุดก็คือฉากจบ

The Terminator 2: Judgment Day (1991) คือความอมตะ

ภาพที่ ซาราห์ คอนเนอร์ ขับรถออกไปสู่พื้นที่ห่างไกล ตัวเธออุ้มท้อง กำลังบรรยายเรื่องราวเผื่อเก็บไว้ให้ จอห์น ลูกชายของเธอได้ฟัง แล้วขณะเดียวกัน แววตาของเธอยังสะท้อนหลายสิ่งหลายอย่าง

เรื่องราวทั้งหมดของ The Terminator คือการบอกเล่าพัฒนาการของผู้หญิงคนหนึ่ง

ซึ่งอ่อนแอ บอบบาง ได้ค่อยๆ กลายเป็นคนเข้มแข็ง สามารถยืนหยัดด้วยตัวเอง กระทั่งถึงตอนจบ ซาราห์ก็พร้อมแบกรับภาระหนักอึ้งโดยไม่หวาดหวั่น มีการแทรกรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ช่วยบ่งบอกว่าเธอพร้อมดูแลตัวเองจริงๆ อย่างการพกปืน ขับรถที่เหมาะสำหรับเส้นทางวิบาก หรือแม้แต่การมี “เจ้าหมา” เป็นเพื่อนร่วมทาง นี่คือจุดที่คาเมรอนเก็บรายละเอียดได้รอบคอบ สืบเนื่องจากก่อนหน้านั้น ไคล์ รีส เคยบอกซาราห์ไว้ว่ามนุษย์ในโลกอนาคตใช้หมาดมกลิ่นพวกจักรกล แล้วตอนนี้เธอก็นำมาทำตาม

เรื่องราวทั้งหมดของ The Terminator คือการบอกเล่าพัฒนาการของผู้หญิงคนหนึ่ง

ขณะเดียวกัน หนังยังสามารถเน้นย้ำแง่มุมความโรแมนติกระหว่างซาราห์กับไคล์ให้ดูหนักแน่นไปพร้อมกัน แม้เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นภายในไม่กี่วัน ทว่าผู้ชมสามารถสัมผัสถึงความรักที่ลึกซึ้งของคนทั้งสอง วิธีที่ซาราห์เปรียบเปรยความรักในชั่วข้ามคืนนี้เทียบเท่ากับ “ชั่วชีวิต”

และแล้วการบอกเล่าเชิงมิติห้วงอารมณ์ก็นำไปสู่การเฉลยปม

ที่มาที่ไป “รูปถ่าย” ใบนั้นของซาราห์ สิ่งนี้ดูเป็นความแยบยลทันทีเมื่อได้ตระหนักถึงความจริงที่ว่า ไคล์เคยใช้เวลามากมายจ้องมองรูปถ่ายซ้ำไปซ้ำมา จดจ่อกับสีหน้าเศร้าหมองของซาราห์แล้วนึกสงสัยว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ กลับกลายเป็นว่าวินาทีที่รูปถูกถ่ายนั้น เธอกำลังคิดถึงเขาอยู่นั่นเอง อาจกล่าวได้ว่าบทสรุปของ The Terminator สามารถบอกเล่าความเป็นไปของตัวละครทั้งในเชิงกายภาพและอารมณ์ความรู้สึกได้อย่างดีเยี่ยม อีกทั้งเล่าให้ดูเรียบง่ายภายในเวลาไม่มาก แล้วคนดูก็รับรู้สถานะของซาราห์ในแง่มุมต่างๆ

และแล้วการบอกเล่าเชิงมิติห้วงอารมณ์ก็นำไปสู่การเฉลยปม

จนในที่สุดก็มาถึงประโยค “พายุกำลังมา” ชายแก่แปลคำพูดของเด็กน้อยให้นางเอกฟัง เธอเพียงรับคำ หนังได้ย้ำเตือนอีกครั้งว่าคนอ่อนแอคนหนึ่งได้ค้นพบความเข้มแข็งเด็ดเดี่ยวแล้ว เลือกจะปิดฉากไปด้วยภาพที่ซาราห์ขับรถมุ่งสู่ถนนทอดยาว มีท้องฟ้ามืดครึ้มรออยู่เบื้องหน้า เพลงธีมบรรเลงขึ้นปลุกเร้า ให้ความรู้สึกว่าเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่จริงๆ สำหรับหนังนี้ ใครที่ชอบการ รีวิวหนัง ของเราสามารถติดตามได้ที่ เว็บไซต์ Moviestu ได้เลย